
ชื่อวิทยาศาสตร์ :Scientific name Rhinacanthus nasutus (L.) Kurz
ชื่อเรียกอื่น :Other name(s) :ทองคันชั่ง หญ้ามันไก่
ชื่อวงศ์ :Family name :ACANTHACEAE
ลักษณะ เป็นไม้พุ่มขนาดเล็กมีความสูงประมาณ 1-2 เมตร โคนของลำต้นเป็นเนื้อไม้แกนแข็ง มีกิ่งอ่อน
เป็นสี่เหลี่ยม ใบทองพันชั่ง เป็นใบเดี่ยว ลักษณะใบเป็นรูปไข่ ปลายใบและโคนใบแหลม ยาวประมาณ
4-6 เซนติเมตร และกว้างประมาณ 2-3 เซนติเมตร ขอบใบเรียบหรือเป็นคลื่นเล็กน้อย ใบออกตรงข้ามกัน
เป็นคู่ๆ ดอกทองพันชั่ง ออกดอกเป็นช่อตรงซอกมุมใบ กลีบดอกมีสีขาว กลีบรองดอกมี 5 กลีบและมีขน
กลีบดอกติดกัน โคนเป็นหลอด มีความยาวประมาณ 2 เซนติเมตร ปลายแยกเป็น 2 กลีบ กลีบมีขนยาว
ประมาณ 0.8 เซนติเมตร และกว้างประมาณ 0.1 เซนติเมตร ปลายแยกเป็น 2 แฉก แหลมสั้นๆ ส่วน
กลีบล่างแผ่กว้างประมาณ 1.5 เซนติเมตร แยกเป็น 3 แฉก
การกระจายพันธุ์ :ประเทศจีน กัมพูชา อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย พม่า ไทย เวียดนาม อินเดีย ศรีลังกา ฟิลิปปินส์ เกาะมาดากัสการ์ ประเทศไทยเป็นพืชปลูก
ประโยชน์ :ราก ใช้รวมกับพืชอื่น ขับระดู แก้ปวดหลัง แก้เหน็บชา ใบอ่อน บำรุงเลือด ทั้งต้น รักษาอาการปวดเมื่อย งูสวัด มีสรรพคุณทางยา ราก แก้กลากเกลื้อน รักษาโรคมะเร็ง รักษาโรคผิวหนัง ดับพิษไข้ แก้พิษงู แก้
พยาธิวงแหวนตาผิวหนัง ทั้งต้น รักษาโรคผิวหนัง แก้น้ำ เหลืองเสีย แก้กลากเกลื้อน ผื่นคัน รักษามะเร็ง
คุดทะราด ขับพยาธิตามผิวหนัง ตามบาดแผล แก้ไส้เลื่อน ไส้ลาม แก้ปัสสาวะผิดปกติ ต้น บำ รุงร่างกาย
แก้โรค 108 ประการ รักษาโรคผมร่วง ใบ ดับพิษไข้ แก้กลากเกลื้อน ผื่นคัน แก้โรคไขข้ออักเสบ รักษา
โรคผิวหนัง รักษาโรคมะเร็ง รักษาโรคความดันโลหิตสูง แก้ผมร่วง บำ รุงร่างกาย แก้โรค 108 ประการ
แก้ปวดฝี แก้พิษงู ถอนพิษ แก้อักเสบ แก้โรคมุตกิต รักษาโรคพยาธิวงแหวนตามผิวหนัง
การขยายพันธุ์ทองพันชั่งทองพันชั่งสามารถขยายพันธุ์ได้ด้วย การเพาะเมล็ดและนำกิ่งมาปักชำ แต่ในปัจจุบันวิธีที่ได้รับความนิยมและมีอัตราการปลูกที่ได้ผลดี คือ วิธีการคือตัดกิ่งแก่ที่มีตาติดอยู่ 2-3 ตา แล้วปลิดใบทิ้งให้หมดจากนั้นตัดบริเวณกิ่งให้เฉียงทำมุม 45 องศา แล้วปักลงไปในดินที่ชุ่มน้ำโดยให้กิ่งเอียงเล็กน้อย ทองพันชั่งเป็นพืชที่ไม่ชอบร่มเงามาก (ต้องการที่ที่มีแสงแดดลอดผ่านมารำไร) มักชอบที่ดินปนทรายที่มีการระบายน้ำดี ไม่ขังแฉะ และต้องคอยดูแลการให้น้ำให้ดินชุ่มชื้น รวมถึงต้องคอยกำจัดวัชพืชอยู่เสมอ เพราะถ้าหากขาดน้ำหรือถูกแสงแดดมากจนเกินไปใบจะเป็นจุดเหลืองแล้วค่อยๆแห้งตาย ดังนั้นการปลูกจึงควรปลูกในฤดูฝน
องค์ประกอบทางเคมี ใบพบสารสำคัญคือ rhinacanthin และoxymethylanthraquinone รากมี Resin Rhinacanthin (1.9 เปอร์เซ็นต์) มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรคได้ มีเกลือโปตัสเซียส และมี Oxymethylanthraquinone นอกจากนี้ยังพบสาร Quinone, Rutin (quercetin – 3 – rutinoside)
สรรพคุณทองพันชั่งตำรายาไทยใช้ ใบ และราก รักษากลาก เกลื้อน ผื่นคัน ใบ รสเบื่อเย็น ดับพิษไข้ แก้ไข้ตัวร้อน แก้พยาธิผิวหนัง รักษาอาการผมร่วง , ปวดฝี , แก้พิษ , แก้อักเสบ , บำรุงร่างกาย เป็นยาขับปัสสาวะ ยาระบาย ราก รสเบื่อเมา แก้กลากเกลื้อน ผื่นคัน และโรคผิวหนังที่เป็นน้ำเหลืองบางชนิด รักษาโรคมะเร็ง ดับพิษไข้ แก้พิษงู พยาธิวงแหวนตามผิวหนังทั้งต้น รักษาโรคผิวหนัง กลากเกลื้อน แก้น้ำเหลืองเสีย ผื่นคัน รักษามะเร็ง ขับพยาธิตามผิวหนังหรือบาดแผล รักษาอาการไส้เลื่อน ปัสสาวะผิดปกติต้น บำรุงร่างกาย รักษาอาการผมร่วง
นอกจากนี้ยังใช้ผสมในตำรับยาร่วมกับสมุนไพรอื่นๆ รักษาโรคต่อไปนี้คือ
ราก – รักษามะเร็งเนื้องอก รักษามะเร็งปอด กระเพาะลำไส้ มะเร็งตามร่างกาย ทำให้ผมดกดำ แก้ไอเป็นเลือด อาเจียนเป็นเลือด แก้ริดสีดวงทวาร ดับพิษไข้ รักษาโรคผิวหนัง แก้กระษัย แก้ผมหงอก ผมร่วง รักษาโรคตับพิการ รักษาโรครูมาติซึม รักษาโรคไขข้อพิการ แก้ลมเข้าข้อทำให้ปวดบวมต่างๆ ขับปัสสาวะ แก้แมงเคียนกินรากผม แก้เหา แก้รังแค
ทั้งต้น – รักษาโรคผิวหนัง คุดทะราด แก้เม็ดผื่นคัน
ต้น – รักษามะเร็งเนื้องอก รักษามะเร็งปอด มะเร็งกระเพาะ มะเร็งตามร่างกาย มะเร็งลำไส้ แก้แมงเคียนกินรากผม แก้เหา แก้รังแค รักษาโรคผิวหนัง
ใบ – แก้แมงเคียนกินรากผม แก้เหา แก้รังแค รักษาโรคผิวหนัง แก้ไข้ แก้ปวดหัวตัวร้อน แก้มะเร็งไช แก้หิดมะตอย รักษาโรคมะเร็ง รักษาวัณโรค แก้ใจระส่ำระสาย แก้คลุ้มคลั่ง แก้สารพัดพิษ
นอกจากนี้ในตำราบางเล่ม ยังได้กล่าวถึงสรรพคุณทองพันชั่ง โดยไม่ได้ระบุว่าใช้ส่วนใดของพืช หรือส่วนใดในตำรายาร่วมกับสมุนไพรอื่นๆ ในการบำบัดรักษาโรคต่างๆ ดังต่อไปนี้คือ
– รักษาโรคความดันโลหิตสูง รักษาโรคมะเร็ง แก้มุตกิตระดูขาว เป็นยาอายุวัฒนะ แก้ผมร่วง รักษาโรคนิ่ว
– แก้เคล็ดขัดยอกชายโครง มือเคล็ด คอเคล็ด แก้มะเร็งในกระเพาะ แก้ฝีประคำร้อย แก้มะเร็งในคอ แก้มะเร็งในปาก แก้ไข้เหนือ แก้จุกเสียด เป็นยาหยอดตา แก้ไอเป็นเลือด แก้ช้ำใน แก้นิ่ว แก้โรคผิวหนัง แก้ลมสาร แก้มะเร็งในปอด แก้มะเร็งภายในและภายนอก
ทองพันชั่งรักษามะเร็ง ช่วยยับยั้งมะเร็ง เช่น มะเร็งในกระเพาะ มะเร็งในคอ มะเร็งในปาก มะเร็งในปอด เพราะต้นทองพันชั่งมีสารสำคัญคือ “สารแนพโทควิโนนเอสเทอร์” (Naphthoquinone Ester) ซึ่งเป็นสารประกอบที่มีการออกฤทธิ์ในการช่วงยับยั้งมะเร็งเยื่อบุช่องปาก มะเร็งเต้านม มะเร็งมดลูก มีรายงานว่าในประเทศไต้หวันใช้ทองพันชั่งเป็นยาพื้นบ้านในการบำบัดรักษาโรคเบาหวาน โรคผิวหนัง ความดันโลหิตสูง และตับอักเสบ
รูปแบบ/ขนาดวิธีใช้
ทาแก้กลากเกลื้อนหรือโรคผิวหนังผื่นคันอื่นๆ ใช้ใบสดผสมน้ำมันถ่านหินหรือแอลกอฮอล์ 75 เปอร์เซ็นต์ หรืออาจใช้รากบดเป็นผงแช่แอลกอฮอลล์ 1 อาทิตย์ เอามาทาแก้โรคผิวหนัง กลากเกลื้อน และผื่นคันอื่นๆ ใช้ใบหรือรากสด ตำกับน้ำปูนใสผสมพริกไทย พอกแก้โรคผิวหนังเรื้อรัง กลาก และโรคผิวหนังอักเสบ หรือใช้ใบ (สดหรือแห้ง) หรือราก (สดหรือแห้ง) ตำให้ละเอียด แช่เหล้าพอท่วมตั้งไว้ 7 วัน นำน้ำยาที่ได้มาทาบริเวณที่เป็นบ่อยๆ หรือทาวันละ 3-4 ครั้ง จนกว่าจะหาย เมื่อหายแล้วให้ทาต่ออีก 7 วัน เหตุที่ต้องแช่ไว้นาน 7 วัน เป็นเพราะน้ำยาที่ยังแช่ไม่ครบกำหนดจะมีฤทธิ์กัดผิวหนัง ถ้านำไปทาจะทำให้ผิวหนังแสบและคันมากขึ้น น้ำยาจากรากแห้งกัดผิวมากกว่าใบแห้ง
ส่วนน้ำยาจากใบสดไม่กัดผิว ใช้รับประทานเป็นยาภายใน รักษาโรคมะเร็ง และวัณโรคระยะเริ่มแรก
o ใช้ทั้งต้น สด จำนวน 30 กรัม ต้มกับน้ำ จำนวนท่วมใบยา ต้มดื่มต่างน้ำ
o ใช้ก้านและใบสด 30 กรัม (แห้ง 10-15 กรัม) ผสมน้ำตาลกรวดต้มน้ำดื่ม รักษาโรคปอดระยะเริ่มแรก
ช่วยขับปัสสาวะ ให้ใช้ใบสด คั่วให้แห้งนำมาชงเป็นชาใช้ดื่มจะช่วยขับปัสสาวะได้
การศึกษาทางเภสัชวิทยา
ฤทธิ์ฆ่าเชื้อราและยีสต์ ผลการศึกษาการฆ่าเชื้อรา Trichophyton rubrum ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคกลาก โดยวิธี paper disc เทียบกับยาต้านเชื้อรา griseofulvin และ nystatin โดยใช้สารสกัดจากใบและกิ่ง ด้วยน้ำ แอลกอฮอล์ และคลอโรฟอร์ม พบว่าสารสกัดด้วยน้ำมีฤทธิ์น้อยมาก ส่วนสารสกัดด้วยแอลกอฮอล์และคลอโรฟอร์มมีฤทธิ์ต้านเชื้อราได้ดีพอสมควร สารสกัดทองพันชั่งด้วยเมทานอล ไดคลอโรมีเทนและเฮก เซน มีผลยับยั้งเชื้อรา Epidermophyton floccousm, Microsporum gypseum, Trichophyton mentagrophytes และ T. rubrum ที่ทำให้เกิดโรคผิวหนัง เมื่อทดสอบบนจานเลี้ยงเชื้อ สาร rhinacanthin C, D และ N ซึ่งแยกจากใบเมื่อนำมาทดสอบฤทธิ์ต้านเชื้อรา บนจานเลี้ยงเชื้อ พบว่าสารดังกล่าวทั้ง 3 ชนิด สามารถต้านเชื้อราที่ทำให้เกิดโรคทางผิวหนัง ได้แก่ Trichophyton rubrum, T. mentagrophytes และ Microsporum gypseum ได้ โดยที่สาร rhinacanthin C มีฤทธิ์แรงที่สุด สารสกัด RN-A และ RN-B ซึ่งเป็นกลุ่ม sesquiterpenoid จากใบทองพันชั่ง มีลักษณะโครงสร้างคล้ายกับสาร pyrano-1,2-naphthoquinones สามารถฆ่าสปอร์ของเชื้อรา Pyricularia oryzae ซึ่งเป็นราที่เป็นสาเหตุของโรคในข้าวเจ้าได้ สาร 3,4-dihydro-3,3-dimethyl-2H-naphtho(2,3-o)pyran-5,10-dione จากทองพันชั่งมีฤทธิ์ต้านเชื้อรา
สาร rhinacanthin C, D และ N จากใบทองพันชั่ง สามารถยับยั้งยีสต์ Candida albicans ซึ่งเป็นสาเหตุของการติดเชื้อราในช่องปากและช่องคลอด
ฤทธิ์ต้านเชื้อไวรัส สารสกัดใบทองพันชั่งด้วยน้ำและเอทานอล เมื่อนำมาทดสอบฤทธิ์ต้านไวรัสในเซลล์เพาะเลี้ยง พบว่าสามารถยับยั้งเชื้อไวรัส Herpes simplex type1 (HSV-1) ซึ่งเป็นสาเหตุของเริม สาร rhinacanthin C และ D จากต้นทองพันชั่ง เมื่อนำมาทดสอบฤทธิ์ต้านไวรัส ในเซลล์เพาะเลี้ยง พบว่าสามารถยับยั้งเชื้อ cytomegalovirus ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญอย่างหนี่งของการติดเชื้อไวรัสในผู้ป่วยภูมิคุ้มกันบกพร่อง สาร rhinacanthin E และ F จากส่วนเหนือดินของต้นทองพันชั่ง เมื่อนำมาทดสอบฤทธิ์ต้านไวรัสในเซลล์เพาะเลี้ยง พบว่าสามารถยับยั้งเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโรคไข้หวัดใหญ่ได้
การศึกษาทางพิษวิทยา
การทดสอบความเป็นพิษ สารสกัดต้นทองพันชั่งด้วยแอลกอฮอล์ร้อยละ 50 เมื่อป้อนหรือฉีดเข้าใต้ผิวหนังในขนาด 10 กรัม/กิโลกรัม ไม่พบอาการเป็นพิษในหนูเม้าส์ ซึ่งขนาดที่ใช้ทดลองนี้เป็น 3,333 เท่าของขนาดที่ใช้ในตำรายา
ข้อแนะนำ/ข้อควรระวัง การเก็บมาใช้ ควรเก็บใบและรากจากต้นที่สมบูรณ์แข็งแรงได้รับปุ๋ย, แสงแดด และน้ำเพียงพอ กล่าวคือใบไม่มีจุดเหลือง มีสีเขียวสดเป็นมัน และควรเลือกเก็บจากต้นที่มีอายุเกิน 1 ปี หรือออกดอกแล้วและสำหรับผู้ที่เป็นโรคหัวใจ โรคหืด โรคโลหิตจาง โรคมะเร็งในเลือด โรคความดันโลหิตต่ำ ไม่ควรรับประทานสมุนไพรทองพันชั่ง